ฟุตบอลข่าวสดๆ

ข่าวร้อนฟุตบอลฮอต

ราคาบอลไหลของการแข่งขันฟุตบอลโคป้า ลิเบอตาดอเรส ซึ่งเตะกันในวันที่ 24 กรกฎาคม 2014 เวลา 05.45 ตามเวลาประเทศไทย เป็นคู่แข่งขันระหว่าง ซาน ลอเรนโซ่ พบ โบลิวาร์ราคาบอลเปิดมาที่เจ้าบ้านต่อหนึ่งลูกหากแทงทีมต่อราคาจ่ายอยู่ที่0.87หากแทงทีมรองราคาจ่ายอยู่ที่-0.95ราคาบอลเฉพาะแฮนคิแคปของครึ่งแรกเจ้าบ้านต่อครึ่งลูกหากแทงทีมต่อราคาจ่ายอยู่ที่-0.94หากแทงทีมรองราคาจ่ายอยู่ที่0.82ราคาบอลวันนี้สกอร์รวมออกมาที่ 2 ลูกแทงโอเวอร์ราคาจ่าย0.72แทงอันเดอร์ราคาจ่าย-0.82
นำเสนอโดย : http://www.7mscorethai.com/ราคาบอล.html

การแทงบอลออนไลน์ จะมีการแทงหลายแบบทั้ง แบบแทงเจ้าบ้านชนะ-เสมอ-ทีมเยือนชนะ, การทายสกอร์รวมสูง-ต่ำของทั้งสองทีมที่แข่งขันกัน ทั้ง ในเวลา 90 และ 45 นาทีของครึ่งเวลาแรก และรวมถึงแทงบอลแบบทายจำนวนลูกเตะมุมรวมของทั้งสองทีมว่าจะมากกว่าหรือน้อยกว่ากี่ลูก ทั้งยังมีการทายผลหรือสมัครแทงบอลออนไลน์แบบสเปเชี่ยลทั้งทายผลทีมแชมป์ของรายการแข่งขันต่างๆ ซึ่งถ้าใครหลายคนที่เป็นนักเล่นก็คงจะรู้จักเว็บรับแทงบอลออนไลน์หลายเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นของทาง sbobet, ibcbet, M88
นำเสนอโดย : https://www.playhouse99.com/แทงบอลออนไลน์.html

สิ่งที่แฟนบอลที่ผลบอล7mของการแข่งขันฟุตบอลโลกกันแทบทุกวันนั้น จะต้องเตรียมติดตามกันต่อไปนั่นก็คือการลุ้นว่าสโมสรที่ตัวเองเชียร์จะมีการดำเนินการหาตัวนักบอลรายใหม่ที่จะสามารถทำให้ทีมของตัวเองเป็นแชมป์ลีกได้หรือไม่ บางทีผลบอล7mที่เราดูกันนี้อาจจะเป็น7mของทีมใดทีมหนึ่งที่มีนักเตะโชว์ฟอร์มดีแล้วทีมรักของคุณซื้อตัวไปเล่นตอนหลังก็ได้นะ
นำเสนอโดย : http://www.7mscorethai.com

เป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของทีม”ซามูไร”ญีปุ่น ทีมแกร่งแห่งโซนเอเซีย โดยมหกรรมกีฬาฟุตบอลโลกหรือ “Fifa World Cup

2014″ฉบับ อเมริกาใต้ ที่จะจัดขึ้นที่ ประเทศ บราซิล ขณะที่การจับฉลากแบ่งสาย ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนี้ กองทัพ “ซามูไร”ญี่ปุ่น อยู่ในกลุ่ม C ซึ่ง

จะทีมที่เข้าโรมรันฟันแทงกับ”The Samurai”ญี่ปุ่นอยู่ 3 ทีมด้วยกัน อันประด้วย ทีมชาติ โคลัมเบีย (The Coffee

Growers).ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ “ช้างดำ”.ทีมชาติกรีซ มแกร่งแดนเทพนิยาย (The Pirate Ship).
ซึ่งกลุ่มนี้ก็ถือว่า ดุเดือดเอาเรื่องเหมือนกันนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เคซึเกะ ฮอนดะ เพลย์เมคเกอร์เลือดนักสู้บูชิโด ออกมาแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า

ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมชาติของเขา จะสู้เต็มที่และจะสร้างเซอร์ไพร์สด้วย และทึ้งท้ายด้วยว่า พวกเขาไม่ใช่ทีมไม้ประดับอย่างแน่นอน

ก็นับได้ว่าเป็นอีกทีมคุณภาพอย่างแท้จริงที่ใครๆก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างแน้นอน สำหรับ “สิงห์บูล” เชลซี ที่แม้จะผิดพลาดไม่ได้ครองแชมป์ซักรายการในฤดูกาลนี้ แต่ก็ยังเป็นทีมอันดับที่ 1 ที่ส่งนักเตะในสังกัดไปเล่นฟุต บอลโลก 2014 กับชาติบ้านเกิดที่มากที่สุด หลังจากที่ทุกชาติต่างทยอยประกาศรายชื่อกองทัพชุดฟุต บอลโลก โดย ลูกทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ ได้รับโอกาสตบเท้าเข้ารับใช้ชาติกว่า 18 ชีวิต ยกตัวอย่างไห้ดูกันจะๆอาทิเช่น 4 แข้งแซมบ้าในทีมอย่าง ดาวิด ลุยซ์, รามิเรส, ออสการ์ และ วิลเลี่ยน ต่างก็ถูก หลุยส์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่เรียกตัวไปรับใช้ชาติบ้านเกิดกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในส่วนของ อันดับที่ 2 ทีมที่มีผู้เล่นฝีเท้าดีในสังกัดไปลุยบอลโลก ครองร่วมกันคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บาเยิร์น มิวนิค 16 คน โดบมี นาโปลีตามมาที่ 14 คน และมีนักเตะที่ฟอร์มดีที่โชว์ฟีเท้าได้ยอกเยี่ยมอีกมากมายที่โดนมองข้ามความสามารถและไม่ได้เข้าร่วมที่ชาติ ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับเหล่านักเตะที่ได้กลับไปรับใช้ชาติบ้านเกิด สำหรับผู้เล่นที่โดนมองข้ามความสามราถก็อย่าไปเสียใจอย่าไปน้อยใจทำตัวเองไห้ดีไห้พร้อม กับการลงเตะอยู่เสมอ โชว์ฟอร์มเทพๆ ซะวันกุนซือประจำทีมชาติคงมองเห็นในความสารถจนดึงตัวไปรับใช้ชาติได้อย่างแน้นอน

เดวิด มอยส์ นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เผยกับ ไอทีวี สถานนีโทรทัศน์ของเมืองผู้ดี ว่า สโมสรกำลังมีแผนที่จะจับ ดาบิด เดเคอา ต่อสัญญาออกไป ในเร็วๆนี้ โดยสัญญาของ นายด่านอนาคตไกลวัย 23 ปีกำลังจะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้า
ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้อยู่เฉยๆกับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้กับจอมหนึบเลือดกระทิงในเร็ววันนี้ สำหรับ เดเคอา ย้ายจากแอตเลติโก้ มาดริด มาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมือปี 2011 ด้วยค่าตัว 18 ล้าน
ปอนด์ แม้ผลงานในช่วงแรกจะไม่ค่อยดีนัก แต่เจ้าตัวก็สามารถปรับตัว และเรียกฟอร์มเก่ง และจังหวะเซฟสวยๆออกมาช่วยทีมได้หลายหน

เริ่มเกม เรอัล มาดริด เขี่ยบอลบุกจากซ้ายไปขวา โดยในเกมนี้ เรอัล มาดริด กุมความได้เปรียบและกำลังใจมาจากนัดที่แล้วเอาชนะ บาเยิร์น มาได้ก่อน 1-0 ส่วนเกมนี้ บาเยิร์น มิวนิค ถูกบีบให้ต้องยิงประตูอย่างน้อยหนึ่งประตู
5 นาทีผ่าน เป็นเจ้าบ้าน บาเยิร์น มิวนิค ที่ครองบอลครองเกมไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนจังหวะการลุ้นประตูยังไม่ชัดเจนด้วยกันทั้งคู่
นาทีที่ 9 เรอัล มาดริด พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะโยนบอลยาวสวนกลับ นอยเออร์ ออกมาโหม่งสกัดบอลไปเข้าทาง แกเร็ท เบล ที่ยื่นๆโล่งไร้ตัวประกบ ก่อนที่แนวรุกหมายเลข 11 จะตัดสินใจยิงวอลเล่ย์แบบไม่จับแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น
และสิ่งที่แฟนบอล เรอัล มาดริด รอคอยก็มาถึงเมื่อ รามอส มาโขกประตูสำคัญให้ เรอัล มาดริด บุกมาขึ้นนำ บาเยิร์น มิวนิค ไปแล้ว 1-0 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวา โมดริช โยนมาเข้าหัว รามอส เต็มๆแบบไม่มีใครตามประกบ ในนาทที่ 16
และอีก 4 นาทีถัดมา แกเร็ท เบล เลี้ยงจี้เรียกฟาวล์บริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนที่ ดิ มาเรีย จะโยนเข้าเขตโทษ เปเป้ โหม่งเช็ดบางๆ รามอส โหม่งต่ออีกทอดส่งบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย เรอัล มาดริด หนี บาเยิร์น มิวนิค เป็น 2-0 ถึงตอนนี้ บาเยิร์น เจ้าบ้านต้องยิงประตูถึง 4 ลูก หากยังต้องการจะเข้ารอบ
นาทีผ่าน บาเยิร์น มิวนิค ยังก้มหน้าก้มตาเดินเกมไม่ยั้งบุกเข้าใส่ เรอัล มาดริด อย่างต่อเนื่องแต่จังหวะจบสกอร์ นั้นยังไม่มีเห็นแบบจะเเจ้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ส่วน เรอัล มาดริด หลังขึ้นนำไปไกลก็ลงไปแพ็คเกมรับไล่เพรสซิ่งกันได้ดี และรอจังหวะสวนกลับโยนยาวให้ โรนัลโด เบล และ เบนเซม่า
และแผนโต้กลับของ เรอัล มาดริด ก็เป็นผล เบนเซม่า แตะบอลเร็วให้ เบล วิ่งสปีดหนีแนวรับ พร้อมกับมี โรนัลโด สปีดตามมาก่อนที่ เบล จะปาดให้ โรนัลโด้ วิ่งเข้ามายิงง่ายๆ ผ่านมือ นอยเออร์ ไม่เหลือซาก เรอัล มาดริด ถล่ม บาเยิร์น เป็น 3-0 แล้ว
เข้าสู้ช่วงท้ายเกม บาเยิร์น มีโอกาสจบสกอร์ถี่มากขึ้นทั้งการยิงของ ร็อบเบน และ ริเบรี่ แต่วันนี้แนวรับของ เรอัล มาดริด ยังเหนียวแน่นยังไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น และก็จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค ตามหลัง เรอัล มาดริด ถึง 0-3
เริ่มเกมครึ่งหลัง เป๊ป ปรับเปลี่ยนแทคติกถอดเอา มาริโอ มานด์ซูคิช ออกแล้วส่ง มาร์ติเนซ ลงไปเล่นที่แดนกลางแล้วดัน มุลเลอร์ ขึ้นไปเป็นกองหน้าตัวเป้า
50 นาทีผ่าน บาเยิร์น มิวนิค ยังคงพยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่หมายจะหวังจะกู้หน้าที่โดน เรอัล มาดริด ยิงถล่มไปแล้วถึง 3-0 แต่จังหวะจบสกอร์และแนวรุกของลูกทีม กวาร์ดิโอล่า นั้นเล่นกันได้ต่ำกว่ามาตรฐานทุกคน
มาถึงนาทีที่ 65 มาดริด ก็หวิดได้ประตูเพิ่ม แกเร็ธ เบล เปิดบอลมาเข้าเท้า ฟาบิโอ โคเอนเตรา ซัดติดบล็อค หลังจากนั้น 4 นาทีทีมเยือนได้ลองอีกครั้ง ดิ มาเรีย เปิดให้ โรนัลโด้ โขกข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 76 “เสือใต้” หวิดได้ประตูตีไข่แตก อาร์เยน ร็อบเบน พาบอลทะลวงเข้าไปจ่ายให้ มาริโอ เกิทเซ ตัวสำรองได่ยิงวอลเลย์ระยะ 6 หลาแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
จนมาเมื่อมาถึง นาทีที่ 89 “ราชันชุดขาว” มาได้ประตูปิดตอกฝาโลงจากความเหนือชั้นของ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ซัดฟรีคิกรอดกำแพงเข้าไปตุงตาข่ายไม่เหลือซากพร้อมกับเป็นประตูที่ 16 ของเขาในรายการนี้อีกด้วย
และก็จบเกม เรอัล มาดริด สุดโหดบุกมายำใหญ่ชนะ บาเยิร์น 4-0 สกอร์รวมชนะ 5-0 ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 รอลุ้นผู้ชนะระหว่าง เชลซี และ แอตเลติโก มาดริด ในวันพรุ่งนี้
ส่วน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างสถิติใหม่เป็นคนแรกที่ทำประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลเดียวสูงที่สุดจากการยิงไป 16 ประตู !!
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, เจอร์โรม บัวเต็ง, ดันเต้ บอนฟิม, ดาวิด อลาบ้า, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, อาร์เยน ร็อบเบน, โทนี่ โครส, โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่, มาริโอ มานด์ซูคิช
เรอัล มาดริด : อีเกร์ กาซียาส, ดาเนียล การ์บาฆาล, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, ฟาบิโอ โคเอนเตรา, ลูก้า โมดริช, ชาบี อลอนโซ่, อังเคล ดิ มาเรีย, แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เรอัล มาดริดเริ่มต้นออกสตาร์ทไปได้ไม่ค่อยดีนักในช่วงแรก ตกเป็นฝ่ายที่ต้องไล่ตามแต้มจาก บาร์เซโลน่า และ แอต.มาดริด อยู่ตลอด แต่หลังจากผ่านแมตช์ที่ 26 ไป เรอัล มาดริด ก็กระโดดขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงของลาลีกา สเปน อยู่ในเวลานี้
ตั้งแต่เริ่มปีใหม่เป็นต้นมาจนถึงช่วงพักเบรคทีมชาติ(วันที่ 5 มีนาคม 2557) จะเห็นได้ว่าไม่มีทีมไหนฟอร์มเทพได้เทียบเท่ากับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริดอีกแล้ว
เรอัล มาดริดสามารถเก็บชัยได้ 7 นัดและเสมอเพียง 2 นัด เก็บ 23 คะแนน จาก 27 คะแนน ยิงได้ 24 เสียเพียงค่ 4 ประตู เท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ โกปา เดลเรย์ ที่ชนะรวดมาอีก
ขนาดที่อดีตผู้นำอย่าง บาร์เซโลน่า และ แอต.มาดริด ที่ขับเคี่ยวตีคู่กันมาอย่างสูสีในช่วงแรก ยังต้องตกเป็นฝ่ายไล่ตามบ้างเสียแล้ว
บาร์เซโลน่าเก็บชัยได้ 5 นัด เสมอ 2 นัด และแพ้ 2 นัด เก็บ17คะแนน จาก 27 คะแนน
และนัดที่น่าจะพูดถึงมากที่สุดคือการพลาดท่าแพ้บาเลนเซียคาบ้านตัวเอง 2-3
ด้านทีม”ตราหมี” แอต.มาดริด เก็บชัยได้ 4 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้ 2 นัด เก็บ 15 คะแนน จาก 27 คะแนน
โดย 2 นัดที่แพ้ เป็นการพ่ายแพ้ต่อทีมท้ายตารางอย่าง อัลเมเรีย และ โอซาซูน่า
ส่วนเกมดาร์บี้แมตช์เมืองมาดริดที่ผ่านมา แอต.มาดริด ทำได้เพียงแค่เสมอ เรอัล มาดริด 1-1 ทั้งๆที่น่าจะเป็นผู้ชนะ จากสกอร์ที่นำอยู่ 2-1 แต่ก็ต้องมาพลาดท่าให้กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้ต้องแบ่งแต้มกันไป
ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะแปลกใจอะไร เพราะโดยรูปเกมส่วนใหญ่นั้น เรอัล มาดริด ทำได้ดีกว่า
แต่แอต.มาดริดก็ยังได้เปรียบเรื่อง เฮด-ทู-เฮด จะเป็นรองก็เพียงแต่แต้มในตารางเท่านั้น
เหลือบมาดูโปรแกรมที่เหลือของทั้ง 3 ทีม จะเห็นได้ว่า เรอัล มาดริด น่าจะกุมความได้เปรียบไว้มากที่สุด
เรอัล มาดริด ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมดวลกับ บาร์เซโลน่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ก็ได้เปรียบที่จะได้เล่นในบ้าน ซึ่งสถิติใน1-2ปีหลัง เรอัล มาดริดก็ทำได้ดีกว่าบาร์เซโลน่ามาโดยตลอด
ส่วนบาร์เซโลน่า นอกจากจะมีโปรแกรมต้องออกไปเยือน เรอัล มาดริดแล้ว ยังมีโปรแกรมที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการตัดสินแชมป์ นั่นคือเปิดบ้านพบกับแอต.มาดริดในนัดสุดท้ายของฤดูกาล เรียกได้ว่าพบศึกหนักงานหินกันเลยทีเดียวสำหรับ บาร์เซโลน่า
สำหรับตารางคะแนน ณ ปัจจุบัน (วันที่ 5 มีนาคม 2557) เรอัล มาดริด 64 คะแนน บาร์เซโลน่า 63 คะแนน และแอต.มาดริด 61 คะแนน
ถ้าเทียบฟอร์มทั้ง 3 ทีม จากช่วงนี้แล้ว เรอัล มาดริด ไม่น่าจะพลาดจากแชมป์ลาลีกา สเปน เป็นสมัยที่33 …!!